กระดานข่าว   นก   และ   สิ่งแวดล้อมในประเทศต่างๆ       จัดทำโดย                        

 

สารบัญ : [ 1 เขมร ตั้งอุทยานสัตว์ป่า ][ #rose22 นกเฉพาะถิ่นของไต้หวัน  ] [ #rose33 ยังคงมีหวัง  สำหรับนกเอี้ยงบาหลี  ? ] [ ค้นพบนก สัตว์เลียงลูกด้วยนม พืช ชนิดใหม่ของโลก ที่นิวกีนี ]

ค้นพบนกชนิดใหม่ของโลก  ใน ดินแดนที่นักวิทยาศาสตร์ยังไม่เคยสำรวจมาก่อน

        ทีมนักวิทยาศาสตร์   ซึ่งประกอบด้วย  นักวิทยาศาสตร์ จาก  3  ชาติ คือ  สหรัฐอมริกา   อินโดนีเซีย  และ  ออสเตรเลีย  นำทีมโดย   Bruc  Beehler   บริเวณที่สำรวจ คือ เทือกเขา FoJa  ทางภาคเหนือด้านตะวันตก  ของเกาะนิวกีนี   ประเทศอินโดนีเซีย   เป็นบริเวณป่าดงดิบ  ที่ไม่เคยมีผู้คนอาศัยอยู่  ทั้งในอดีต และ ปัจจุบัน รวมทั้งไม่เคยมีนักวิทยาศาสตร์ชาติใด เคยเข้าไปสำรวจ มาก่อน   การสำรวจ  ต้องใช้เครื่องเฮลิคอปเตอร์    ส่งทีมสำรวจโรนตัวลงไป   การสำรวจเริ่มตั้งแต่บริเวณเชิงเขา  ขึ้นไปจนเกือบถึงยอดเขา  ซึ่งยอดสูงสุดของเทือกเขา  Foja  สูงถึง  2 , 000  เมตร จากระดับน้ำทะเล  การสำรวจครั้งนี้ใช้เวลา  1  เดือน และ  ทีมงานจะกลับไปสำรวจอย่างละเอียดอีก  หลังจากนำข้อมูลที่ได้ในครั้งแรกนี้กลับไปวิเคราะห์แล้ว

    สรุปผลการสำรวจ ได้พบสัตว์ และ พืช หายาก และ ชนิดพันธุ์ใหม่ของโลก ดังนี้

    -  ค้นพบนก  2  ชนิด   ในวงศ์ Honeyeater    ซึ่งชนิดแรก  เป็นชนิดใหม่ของโลก  ยังไม่มีการบรรยายลักษณะไว้ในเอกสารทางวิทยาศาสตร์มาก่อน  แต่ เป็นที่รู้จักของชาวบ้านท้องถิ่น ในแถบนั้นมานานแล้ว  ( ชื่อไม่เป็นทางการขณะนี้ คือ  Smoky  Honeyeater )  ส่วนชนิดที่สอง  เคยมีรายงานการพบ และ บรรยายลักษณะไว้แล้ว  โดยพบครั้งแรกบนเกาะนิวกีนี  ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1939

-    พบบริเวณแหล่งอาศัย ของ นก  Berlepsch ' s  six - wired  bird of paradise  ซึ่งนกชนิดนี้  เก็บตัวอย่างได้ครั้งแรก  จากสถานที่ไม่ทราบแน่ชัด ทราบเพียงว่า   เก็บตัวอย่างมาจากเกาะนิวกีนี   เมื่อปี ค.ศ.  1939     คราวนี้สามารถระบุแหล่งที่นกอาศัย ได้แน่นอน   เพราะทีมสำรวจ  พบตัวผู้ของนกชนิดนี้  กำลังแสดงการเกี้ยวพาราสีนกตัวเมีย อยู่บริเวณหน้าแคมป์พัก ของ ทีมสำรวจนั้นเอง  

            นกที่กล่าวถึงข้างบน  ซึ่ง เป็นญาติสนิทของนกในวงศ์  Honeyeater  คือ  Berlepsch's Six-wired Bird of Paradise (Parotia berlepschi)  ซึ่งอยู่ในวงศ์  Paadisaeidae  สกุล  Parotia  ลักษณะเด่นของสกุลนี้ คือ เป็นนกในสกุลปักษาสวรรค์  ( สมัยหนึ่งรู้จักกันในนาม นกการเวก )   คือ นกตัวผู้  จะมีขนยาวเส้นเล็กๆที่ท้ายทอย อยู่  6  เส้น
ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสามัญ  ต่อท้ายชื่อนกว่า 
Six - wireed  และ ชื่อสกุล Parotia    มาจากคำในภาษาละติน คือ  par  แปลว่า  ด้านข้าง   และ   oto  หรือ  otia  แปลว่า หู  ความหมายคือ นกที่มีขนบริเวณ หู  ( eared covert )  

    -    ถ่ายภาพนก  Golden - fronted  Bowerbird   (Amblyornis flavifrons)  ได้เป็นครั้งแรก  ขณะกำลังแสดงท่าเกี้ยวพาราสี  นกตัวเมีย  อยู่บริเวณที่ทำรัง  ก่อนหน้านี้มีเพียงภาพวาด และ คำบรรยายลักษณะ

   -    พบสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดใหม่  ของ  อินโดนีเซีย    เป็นสัตว์ในวงศ์จิงโจ้ต้นไม้   ชื่อสามัญ  คือ   Golden - mantled tree kangaroo  (  Dendrolagus  pulcherrimus  )

   -    พบกบพันธุ์ใหม่ของโลก  20  ชนิด รวมทั้งกบพันธุ์จิ๋ว  ที่มีขนาดตัวยาวน้อยกว่า  14  มม.

   -    พบพืชอีกหลายชนิด ที่ยังไม่มีการบรรยายลักษณะ ไว้ในวารสารทางวิทยาศาสตร์  รวมทั้ง   พืชตระกูลปาล์มชนิดใหม่ของโลก อีก  5  ชนิด

   -    พบพืชในกระกูล กุหลาบพันปี  ชนิดดอกสีขาว  ซึ่งยังไม่แน่ว่าจะเป็นชนิดใหม่หรือไม่  แต่ ต้นที่พบนี้เป็นต้นใหญ่มาก มีดอกขนาดใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางดอกถึง  15 ซม. 

   -    พบผีเสื้อพันธุ์ใหม่ อีก 4  ชนิด

                แม้เป็นที่น่ายินดี  ที่มีข่าวการพบสัตว์ และ พืช ชนิดใหม่ของโลก  แต่  อินโดนีเซีย ก็มีข่าวการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และ ป่าไม้ เป็นจำนวนมหาศาลเพื่อการปศุสัตว์ และ เกษตรกรรมสมัยใหม่  โลกรับรู้ถึงการเผาป่าขนาดใหญ่  ที่ควันจากเกาะสุมาตร  ลอยไปสร้างความเดือนร้อน ถึง มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และ ภาคใต้ตอนล่างของไทย มาหลายปีติดต่อกัน  ทีมนักสำรวจ   ได้แต่ฝากความหวังถึง  ชาวอินโดนีเซีย   ว่าจะพยายามช่วยกันรักษาทรัพยากรที่มีค่าของพวกเขาไว้

 

       1     เขมร    ตั้งอุทยานสัตว์ป่า     กัมพูชา  ออกกฎใหม่เพื่ออนุรักษ์ป่าดั้งเดิมตามธรรมชาติ ในเขตพื้นที่หลายล้านไร่ แถบ เทือกเขาคาร์ดามัม  ซึ่งจะทำให้กลายเป็น   เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าขนาดใหญ่ที่สุด  ใน เอเซียตะวันออกเฉียงใต้

                        นายเพ็ญ ทล  โฆษกรัฐบาลกัมพูชาแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า  คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติกฎหมายเป็นเอกฉันท์  ในระหว่างการประชุมประจำสัปดาห์  ซึ่ง  จะมีผลให้มีการยกเลิก สัมปทานป่าไม้ในเขตพื้นที่  และ อุทยานแห่งชาติแห่งใหม่  จะเป็นที่คุ้มครองสัตว์ป่าบางประเภทที่หายาก และ ใกล้จะสูญพันธุ์  เช่น  จระเข้สยาม  เสืออินโดจีน  และ ชะนีอีกหลาย สายพันธุ์

                        ช่วงก่อนที่สงครามกลางเมืองจะสิ้นสุดลง  ในปี 2541   เทือกเขาคาร์  ดามัม  ตกอยู่ในความยึดครองของกลุ่มเขมรแดง  และ ถือเป็นเขตอันตรายสำหรับบุคคลภายนอก   แต่เมื่อ  สันติภาพกลับคืนสู่กัมพูชาผ่านไปได้   2  ปี  นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมได้ค้นพบสัตว์ป่า  และ พืชพรรณที่หายากเป็นจำนวนมาก  เมื่อปีที่ผ่านมา  องค์กรอนุรักษ์นานาชาติ  ช่วยเหลือเงินทุน  5  แสนดอลลาห์   สำหรับการปกป้อง  การลักลอบตัดไม้ทำลายป่า และ ขโมยสัตว์ป่า  ด้านนายที สากุน  อธิบดีกรมป่าไม้กัมพุชาเผยอีกว่า  จะยกเลิกสัมปทานป่าไม้ของ  4   บริษัทในเอเซีย  ซึ่งกำลังดำเนินการครอบคลุมพื้นที่  398,136  เฮกเตอร์  ของ ป่าในเทือกเขาคาร์ดามัม

      2     ไต้หวัน  มีนกที่พบเฉพาะถิ่น  (Endemic Specy )  อยู่   14   ชนิด 

     ได้แก่   Taiwan Whisling thrush , Taiwan Blue Magpie , Swinhoe's Pheasant , Taiwan Sibia , Taiwan Hill Partridge , Steer's Liociechlar , Taiwan Bulbul , Taiwan Tit , Taiwan Yuhina , Taiwan Laughing Thrush , Collared Bush Robin , Taiwan Firecrest , Mikado Pheasant , Taiwan Barwing

    ทำจุดเชื่อมโยงไว้ให้  สำหรับผู้ที่ต้องการดูรูป       http://bird.org-two/hstar2/engbird14/enshow.htm

           3   ยังคงมีความหวัง  สำหรับนกเอี้ยงบาหลี ?

         New Hope for the Bali Starling  ?    By John Cooke & Tony Tilford  First Published in World of Birds Magazine

         เกาะบาหลี ถ้าดูในแผนที่ของประเทศอินโดนีเซียแล้วละก็  จะเห็นเป็นจุดเล็กนิดเดียว  ระหว่างเกาะเล็กเกาะน้อยนับพันเกาะของประเทศนั้น   เป็นเกาะที่ค่อนข้างโล่งเตียนเหมือนเกาะ  Rhode Island  แต่ถึงกระนั้นเห็นเล็กๆอย่างนี้เถอะ  มันมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก  ไม่สมกับเป็นเกาะเล็กๆเลยสักนิด   มีนักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาล     แห่กันไปเที่ยวที่นั่นมากมายจากทั่วโลก   ทุกคนต่างหลงไหลไปกับดงปาล์ม  ที่ทอดยาวไปแนวชายหาด  ท่ามกลางที่พักตากอากาศ หรูหรา   มากมายบนเกาะนั้น  แต่แม่เหล็กดึงดูดนักท่องเที่ยวที่แท้  คือ  เสน่ห์ของผู้คนพื้นเมือง และ ประเพณีท้องถิ่นที่ชวนให้สนใจ และ น่าตื่นตาตื่นใจนั่นต่างหาก ที่นักท่องเที่ยวหวังไปชมกัน    นักท่องเที่ยวที่ปลีกตัวออกมาจากกลุ่ม  และ เดินทางซอกซอนไปตามสถานที่สวยงามต่างๆ  ที่ปรากฎอยู่ตามภาพ โปสการ์ดสถานที่ ท่องเที่ยว ตามธรรมชาติทั้งหลาย   พวกนี้จะได้สัมผัสกับวิถีชีวิตคนพื้นเมืองที่งดงาม เรียบง่าย  อยู่แบบดั้งเดิมที่กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ปรับตัวให้อยู่รอดได้  ด้วยความผูกพันอย่างแยกไม่ออก  กับธรรมชาติรอบๆตัวของพวกเขา  อย่างที่บรรพบุรุษ  ได้ดำรงชิวิตอยู่อย่างนี้ตลอดมาจนถึงลูกหลานปัจจุบัน 

              สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ชาวบาหลีนี่รักนกเอามากๆ    โดยแสดงออกมาให้เห็นทั้งในแบบของ เพลงพื้นเมือง  และ ศิลปะพื้นบ้านตามที่ต่างๆ   ที่แน่ๆก็คือ  ทุกบ้านชอบเลี้ยงนกไว้เพื่อดูความสวยงาม และ ฟังเสียงร้อง   ดูเหมือนจะชอบเลี้ยงไว้ฟังเสียง   มากกว่าจะดูความสวยงามเสียด้วยซ้ำ   ไม่ว่าคุณจะเดินไปที่ไหน  จะเห็นทุกบ้านแขวนกรงนกไว้ที่ชายคา    กรงนกนี้จะทำด้วยไม้ ประดิบประดอย ตกแต่งด้วยผ้าหลากสี สวยงาม    ไม่เว้นแม้แต่ในสวนหลังบ้าน   แม้แต่ตามกระต๊อบ เก่าๆ  ก็ยังมีกรงเลี้ยงนก  ปะปนกันหลายชนิด   เลี้ยงกันไม่เว้นแม้แต่ นกกะเต็น และ นกหัวขวาน ?    อาหารที่ใช้เลี้ยง  ก็ คือ ผลไม้  แมลงชนิดต่างๆ  และอาหาร ที่ผสมกัน ขึ้นมาเองตามบ้าน   มีสูตรอาหารพิเศษสำหรับเลี้ยงนกพื้นเมืองบางชนิดเป็นพิเศษด้วย

                    นักดูนกชาวบาหลีได้รายงานว่า นกในธรรมชาติของบาหลีลดจำนวนลงมาก  ในระยะ 2 - 3 ปีที่ล่วงมานี้   การดักจับนกเพิ่มจำนวนขึ้นมากมาย  และ  ยังซ้ำเติมด้วยการทำลาย   และ รบกวน  แหล่งอาศัยตามธรรมชาติ ของนก  ถึงแม้ว่าคนบาหลีจะชอบเลี้ยงนกมากว่าศตวรรษแล้วก็ตาม   แต่ ปัจจุบันจำนวนประชากร เพิ่มขึ้นกว่าเมื่อ 70 ปีก่อน ถึง 3 เท่า  และ อำนาจในการซื้อมีมากขึ้นกว่าแต่ก่อน  การเจริญเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เพิ่มสูงขึ้น  ส่งผลอย่างรุนแรง ให้ความ ต้องการ นกป่ามาเลี้ยง เพิ่มมากขึ้น เป็นทวีคูณ   ซึ่งเป็นผลจากค่านิยมเลียนแบบตามๆกัน    ซึ่งปัจจุบันไม่เพียงแต่ ซื้อหานกพื้นบ้านธรรมดามาเลี้ยงเท่านั้น  ยังแข่งขัน อวดหน้าตากันด้วยการหานกที่สวยงาม และ หายากมาเลี้ยงแข่งบารมีกันอีกด้วย  

                  ในเมือง เดนพาซา ( Denpasa )   เมืองหลวงของเกาะบาหลี   ตลาดค้านกเปิดขาย ตั้งแต่รุ่งสาง จนค่ำมืดดึกดื่นทุกวัน  ไม่มีวันหยุด   มีพ่อค้าเร่นำนกมาส่ง จากแหล่งจับนกทั่วประเทศอินโดนีเซีย     มันเป็นตลาด ค้านกที่แออัดยัดเยียดมากทีเดียว  เป็นสถานที่ที่คนรักนกทั้งหลายแทบทนดูไม่ได้เลยทีเดียว   ที่ตลาดค้านก แห่งนี้  นกจำนวนหลายพันตัว  ถูกจับขังแออัดอยู่ในกรงเล็กๆแคบๆ   ซึ่งส่วนมากขายกันตัวละ 1 - 2  เหรียญ  เท่านั้น  โดยผู้ขายจะจับนกใส่ถุงกระดาษ   ให้ผู้ซื้อถือ กลับไปเลี้ยงที่บ้าน   ถึงแม้ว่าตลาดแห่งนี้ จะไม่เน้นขายนกที่หายากเป็นพิเศษ  แต่ ก็ จะหานกหายากมาขายให้ผู้ที่ต้องการได้เสมอ  นกหายากอาจขาย กันถึงตัวละ  หลายร้อย ถึง หลายพันเหรียญ  แต่ในกระบวนนกหายากที่เป็นที่ต้องการของตลาดมากที่สุด  ไม่มีตัวไหนเกิน  นกเอี้ยงบาหลี 

                   นกเอี้ยงบาหลี  หรือเรียกชื่อสามัญอีกชื่อหนึ่งว่า  Rothschild's Mynah  ถูกค้นพบและเผยแพร่ ให้รู้จักกันทั่วโลก ในปี พ.ศ.  2455  โดยมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า  Leucopsar rothschildi  โดยชื่อวิทยาศาสตร์ ์ตั้งให้เป็นเกียรติแก่นักปีกษีวิทยา  ชาวอังกฤษ ชื่อ  Loard  Rotschild  ซึ่งเป็นผู้ให้ทุนในการจัดหาตัวอย่างนก  เพื่อการ ศึกษา ทางวิทยาศาสตร์    ซึ่งนกชนิดนี้  ได้รับการสำรวจพบว่าเป็นนกเฉพาะถิ่น  พบเฉพาะทางตะวันตก ของเกาะบาหลีเท่านั้น   ในอดีตนกชนิดนี้ก็มีจำนวนไม่มาก แพร่กระจายอยู่ในพื้นที่จำกัดมาก     แต่ในระยะ เวลา  80 ปีที่ผ่านมา  มันลดจำนวนลงเหลือน้อยจนน่าใจหาย  รายงานล่าสุดพบว่า  มีนกเอี้ยงบาหลีที่พบเป็น ฝูงใหญ่ที่สุด  มีนกอยู่เพียง   12  ตัวเท่านั้น    มีสาเหตุที่สำคัญของข่าวที่น่าเศร้าใจนี้อยู่   2 - 3 สาเหตุ คือ   การสูญเสียถิ่นอาศัยของนก    ภาวะอ่อนแอตามธรรมชาติ  และ การดักจับนกเพื่อการค้าเป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้าน    ในระหว่างปี พ.ศ.   2503  -  2513  นกเอี้ยงบาหลี  2 - 300  ตัวถูกส่งออกไปขายที่สหรัฐ และ ประเทศในยุโรป   ทั้งสวนสัตว์ของรัฐ และ นักเลี้ยงนกทั่วไป   ซึ่งมันก็สามารถขยายแพร่พันธุ์ได้จำนวน  หลายพันตัว  ซึ่งปัจจุบันก็ยังมีเหลืออยู่ตามกรงเลี้ยงทั่วโลก   แต่จำนวน ก็ลด น้อย ลงกว่า แต่ก่อนมากมาย      หลายแห่งมีเลี้ยงโดดเดี่ยวเพียงตัวเดียว   ไม่มีโอกาสจะขยายแพร่พันธุ์ได้เลย   และที่ร้ายกว่านั้นคือ  ส่วนมากนกเหล่านี้ อายุมาก เกินกว่า จะผสมแพร่พันธุ์ได้อีกต่อไป   นกวัยอ่อนที่เกิดขึ้นในกรงเลี้ยง  ก็ มีสายพันธุ์ที่อ่อนแอจนไม่น่าจะดำรงเผ่าพันธุ์ที่แข็งแรงสืบต่อไปได้   

                 นกเอี้ยงบาหลี  เป็นนกเฉพาะถิ่นของเกาะบาหลี   และ ได้รับการยกย่องเป็นนกประจำชาติ ของประเทศอินโดนีเซีย   มีภาพศิลปะมากมาย ที่ใช้นก เอี้ยงบาหลี เป็นแบบ  ในการสร้างแรงบันดาลใจ   ถึงจะมีความสำคัญขนาดนั้น  รัฐบาลอินโดนีเซีย  ก็ดูจะเฉื่อยชาในการออกกฎหมายมาคุ้มครองนกชนิดนี้   ไม่ให้เสี่ยง ต่อการสูญพันธุ์   และเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่ใส่ใจที่จะทำให้กฎหมายที่ออกมามีผลในทางปฎิบัติ   ไม่เพียงเท่านั้น   ยิ่งนกหายากขึ้น  ราคาก็ยิ่งสูง  การดักจับ มาขายก็ยิ่งทวีจำนวนมากขึ้นไปอีก   แต่  ยังมีความหวังอยู่แม้เพียงริบหรี่  แต่ ก็ยังดีกว่าหมดหวังโดยสิ้นเชิง   มีการก่อตั้งให้บริเวณ สวนมะพร้าว แห่งหนึ่งที่เมือง มาดูราน   เป็นเขตสงวน  บริเวณนี้คาดกันว่าเป็นแหล่งทำรังวางไข่ที่สำคัญของนกเอี้ยงชนิดนี้   ซึ่งนอกเหนือจากการกำหนดเขตรักษาพันธุ์เป็นพิเศษ อีกแห่งภายใน ภาคตะวันตกของบาหลีเป็นอุทยานแห่งชาติ  เพียงเท่านี้จริงๆ  สำหรับการรักษานกชนิดนี้ให้ดำรงเผ่าพันธุ์อยู่ได้ต่อไป

                 ในหลายปีที่ผ่านมา  องค์กรภายนอกหลายแห่งได้พยายามหาวิธีการที่จะรักษาให้นกเอี้ยงบาหลี  มีเหลืออยู่ตามธรรมชาติ   แต่ก็มีผลสำเร็จน้อยมาก   เนื่องจากความพยายามยื่นความช่วยเหลือ จากต่างประเทศ  มักเป็นที่รังเกียจและสร้างความไม่พอใจแก่องค์กรท้องถิ่น   แต่ตอนนี้สถานะการได้เปลี่ยนไป  การยอมรับความช่วยเหลือจากภายนอกมีมากขึ้น  ความหวังแม้เพียงน้อยนิด แต่ ก็ ยังมีความหวัง

                ความสำเร็จที่คาดหวัง  มาจากการ มีการเข้มงวดจับกุมผู้ลักลอบดักนก  และ การนำนกที่จับยึดมา ได้ไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ    การให้เงินอุดหนุน และ   การขอความร่วมมือจากองค์กรท้องถิ่น   มีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้น เช่น การปรับปรุง   Bali Bird Park   ที่นักท่องเที่ยวรู้จักกันดี  ในชื่อ สวนนก ทามัน  ( Taman Burung )  ซึ่งเป็นสวนนกเอกชน  ดำเนินการโดย  Edi Swaboda   มีโครงการขยายพันธุ์นกเอี้ยง ชนิดนี้ในกรงเลี้ยง และ ปล่อยออกสู่ธรรมชาติ  มีการก่อตั้งมูลนธิ ินกเอี้ยงบาหลี    เพื่อดำเนินกิจกรรม การคุ้มครองนกชนิดนี้ในธรรมชาติ  

                    ในส่วนของคนบาหลีเองแล้ว   มีการดำเนินการเป็นการส่วนตัว  ที่จะรวบรวมนก ที่ถูกเลี้ยงไว้ในกรง เพื่อนำกลับไปปล่อยในธรรมชาติ    มีพระในวัด ตามท้องถิ่น   ประพันธุ์บทสวด และ คำเทศนา ที่มีเนื้อหาจูงใจชาวบ้าน    ให้ป้องกันรักษานกให้อยู่ตามธรรมชาติ     แทนการนำมากักขังในกรง    แต่เรื่องที่สำคัญ และได้กระทำมาก่อนหน้านั้นคือ  การส่งเสริมในชุมชนมีจิตสำนึก  ที่จะต้องการต่อต้าน การจับนกด้วยตัวของพวกเขาเอง    แทนการว่าจ้างให้มีคนคอยเป็นหูเป็นตา  ตรวจตราการลักลอบจับนก    ด้วยค่าจ้างที่น้อยนิด

               ในกลางปี พ.ศ.  2508   อยู่ๆวันหนึ่งก็มีนกกระยางฝูงมหึมาอพยพมาอยู่ที่หมู่บ้านในเมือง  Petulu  เกาะพักหลับนอนบนต้นไม้ในเวลากลางคืน  แต่ตอน กลางวัน แยกย้ายกันบินออกไปหากิน ตามทุ่งนา รอบๆหมู่บ้าน   มีเสียงร่ำลือกันว่า นกกระยางเหล่านี้  คือ  เหล่าวิญญาณของชาวบ้าน ที่เสียชีวิตเนื่องจาก การปราบ ปราม พวกผู้ถ้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์   ครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2503   ซึ่งมีผลให้ประธานาธิบดีซูฮาร์โต เรืองอำนาจขึ้นมาในตอนนั้น   การปรากฎของนกกระยางฝูงมหึมา ครั้งนั้น   เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ นักท่องเที่ยว และแตกตื่นไปดูกันมากมาย   พวกนกเหล่านั้น  ได้รับการดูแล และ ป้องกันอย่างดี   โดยอาศัยความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์   และประเพณีท้องถิ่น ซึ่งนกพวกนี้  ก็ สร้างรายได้ให้ชาวบ้าน   เป็นผลพลอยได้จากนักท่องเที่ยวไปในตัว   นี่เป็นอุทาหรณ์ว่า  บางครั้งนกกับความเชื่อถือ   ของ ชาวบ้าน  ก็เป็นผลดีต่อการอนุรักษ์นกเช่นกัน

               โครงการที่ใหญ่ที่สุด และ มีความมุ่งมั่นจะให้สำเร็จตามโครงการมากที่สุด  คือ  โครงการเพื่อการอยู่รอดดำรงเผ่าพันธุ์ต่อไปของนกเอี้ยงบาหลี  หรือ The Bali Mynah Species Survival Plan   โครงการนี้อุปถัมภ์โดย  สมาคมสวนสัตว์สหรัฐอเมริกา  ร่วมกับ นาย Bob Seibels  แห่ง  The  Riverbanks Zoo ใน รัฐโคลอมเบีย  ,  นายกเทศมนตรี  เกาะบาหลี ,  Mark Yoder   ได้ร่วมกันก่อตั้งองค์กรความร่วมมือ ภาคเอกชน  ในปีนี้  (พ.ศ. 2545 )  องค์กรนี้ได้ปล่อยนกเอี้ยงบาหลีคืนสู่ธรรมชาติ แล้ว  จำวน 6 ตัว และ ได้รับความร่วมมืออย่างดีจากคนท้องถิ่น  มีนกอีก 50 ตัว ที่จะถูกปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ  ขณะนี้กำลังเลี้ยงดู ูและอยู่ในขั้นตอนเตรียมการปล่อย สู่ธรรมชาติ โดยกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ในอินโดนีเซีย ที่ได้รับการ ฝึกอบรมพิเศษเพื่อการนี้โดยเฉพาะ  

                 โอกาสที่นกเอี้ยงบาหลีจะอยู่รอดในธรรมชาติ  พอจะมีความหวังบ้างอย่างน้อยก็มากกว่าเมื่อ หลายปีที่ผ่านมา  เป็นเรื่องน่าประทับใจอย่างยิ่ง  ที่นักเลี้ยงนก หลายคน ได้บริจาคนกที่เลี้ยงไว้เป็นส่วนตัว ให้เข้าอยู่ในโครงการปล่อยนกคืนสู่ธรรมชาติ   การมีนกถูกปล่อยออกไปมากขึ้น  จะทำให้เชื้อพันธุ์ได้รับการปรับปรุง  ให้แข็งแรงขึ้น  ซึ่งสิ่งนี้สำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของชาติพันธุ์สิ่งมีชีวิตทั้งหลาย  

             ผู้เลี้ยงนกเอี้ยงบาหลี  และต้องการบริจาคนกเข้าโครงการฯ  ติดต่อ  Bob Seibelels  ได้ที่

  Bob Seibels   :  Riverbanks  Zoo and Garden    P.O   Box 1060 , Colombia , SC 29202   หรือ e - mail bseibels @ riverbanks.org     การบริจาคเงิน ได้ที่ Bob Seibels  โดย  C/O สั่งจ่าย The Bali Mynah Species Survival Plan   หรือ ที่ The Bali Starling  Foundation , Taman Burung ,  Singgapadu , Gianyar , Bali , Republic of Indonesia

อ่านต้นฉบับภาษาอังกฤษได้ที่  http://www.geocities.com/Rainforest/Canopy/7360/tc0013.html