จัดทำโดย                   

   พืชอาหารนก

หมวด   พืชที่ให้ผล  เป็นอาหารนก

/ #rose11 ต้นชำมะเลียงบ้าน  /#rose2 2 หมากเม่า /3#rose3 มะฮู้ไข่ปู /  4#rose4 น้อยหน่าพันธุ์พื้นบ้าน  / 5#rose5  มะละกอพื้นเมือง / 6 ส้มโมง / 7 สุรามะริด / 8 กำลังเลือดม้า / 9  ตาเสือใหญ่ / 10 ตาเสือเล็ก / 11 หว้า / 12 มะหาด / 13 ขี้ตุ่น / 14 ยางโดน / 15 มะเกิ้ม / 16 พิพวนป่า / 17 มะขามแป / 18 พญาไม้

หมวด   พืชที่ให้น้ำหวาน  เป็นอาหารนก

1   ต้น ชำมะเลียงบ้าน

        จากข้อมูลที่บันทึกไว้ในหนังสือ  ต้นไม้ยาน่ารู้ ของ คุณธงชัย เปาอินทร์   ได้ระบุลักษณะของต้นชำมะเลียงบ้านไว้ว่า  เป็น ต้นไม้ที่มีชื่อเรียกแตกต่างกันไป  อย่างเช่น ภาคเหนือ บางพื้นที่เรียกว่า พุมเรียง ชุมเรียง และ มะเต้า ส่วนแถบจังหวัดนครราชสีมาเรียกว่า  พูเวียง เป็นต้น

                    เป็นต้นไม้ขนาดเล็ก  ไม่ผลัดใบ สูงประมาณ 4 - 7 เมตร ลำต้นมีเปลือกสีน้ำตาล แตกเป็นร่อง เรือนยอดเป็นรูปทรงกรวยแคบ  หรือ  รูปทรงกระบอก  ปกติมักเจริญเติบโตแบบต้นเดี่ยว    มากกว่าการแตก เป็นกอ จึงกินพื้นที่ในการปลูกน้อย  ใบ เป็นใบประกอบแบบขนนก ปลายคลี่เรียงตัวสลับรอบลำต้น ใบย่อย รูปรีขอบขนานสีเขียวเข้ม ปลายใบเว้าบุ๋มเล็กน้อย โคนใบสอบเข้า ใบย่อยออกตรงข้ามกันเล็กน้อย  5-7คู่ แผ่นใบเกลี้ยงเป็นมัน ขอบใบเรียบแกมเหลือง ก้านใบ ย่อย สีแดง มีหูใบกลม ตรงซอกใบประกอบหูใบ มีเส้น

                    ความน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการ  ปลูกไว้เพื่อประดับบ้าน  และ เป็นแหล่งพืชอาหารนก  และ ความสวยงามของบ้าน  ก็คือ ดอก ดอกจะเป็นช่อเล็ก  แบบกระจะ  ห้อยลงมาจากบริเวณกิ่ง และ ลำต้น ดอกย่อยแต่ละช่อ มีทั้งดอกสมบูรณ์เพศ และ ดอกไม่สมบูรณ์เพศปนกัน ช่อดอกยาวประมาณ 10 - 20 ซม.  กลีบ รอง ดอกมี 5 กลีบ  รูปรีกว้าง มีสีแดงเหลือบไปทางสีม่วง   แยกกันเป็นอิสระ กลีบดอกมี  5 กลีบ     แยกกันที่  ฐาน  จะเรียวเล็ก  ดอกตัวผู้มีเกสร  8 อัน  ติดอยู่ ด้านหนึ่ง ของฐานรองดอกที่นูนขึ้นมา  มีก้านชูอับเรณูสั้นๆ  ดอกเพศเมียมีเกสรหนึ่งอัน  รังไข่ติดอยู่เหนือฐานรองดอก

                    หลังผสมพันธุ์ของเกสรแล้ว จะเป็นผล  ในลักษณะรูปหัวใจ  มีร่องตรงกลาง  แบ่ง เป็นสองพู เป็นผลสด แบบ กล้วย ห้อยลงจากกิ่ง หรือ ลำต้น  ผลสดสีเขียว ผลแก่สุกสีแดงดำ  สี เหมือนลูกหว้า  ขนาดผลประมาณ  2 - 3 ซม.  แต่ละเมล็ดมี 1 - 2 เมล็ด รูปไข่ปนรูปขอบขนาน  ออกดอกประมาณเดือน ธันวาคม ถึง เดือน มกราคม  และ เป็นผลประมาณเดือน มีนาคม ถึง เมษายน  ช่วง เป็นดอก  นกประเภท   นกกินปลี  ชอบมาบินวนเวียนดูดน้ำหวานจากดอก  เมื่อแก่จัด จนถึงสุก นกจำพวกปรอดชนิดต่างๆ  ไปจนถึงนกเขา และ นกเอี้ยง  นกกินผลไม้ชนิดต่างๆ  ชอบกิน  หากปลูกบริเวณบ้าน  เพียงต้นสองต้น  เมื่อออก ลูก  นกประเภทที่ชอบ กินผลไม้  จะบินมากินตลอดทั้งวัน  หากบริเวณคาคบเล็กๆ  ของกิ่งมีภาชนะใส่น้ำไปวางไว้  นกเหล่านั้นทั้งวัน แทบจะไม่บิน ไปไหน  เพราะกินลูกชำมะเลียงบ้าน  แล้ว  กินน้ำ อิ่ม  แต่งตัวไซ้ขน  นอนพัก  หิวก็กินอีกที่ตรงนั้น  วันทั้งวัน  ที่บ้านท่านก็จะมีนกมาอาศัยอยู่ให้ได้ดู  และ ฟังเสียงร้อง เช่น อย่างในป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ 

                        ปลูกไม่ยาก  เนื่องจากเป็นต้นไม้ที่สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยเมล็ด  เมื่อเพาะต้นกล้าโตประมาณ 10 - 15 นิ้ว  นำลงหลุมได้เลย  โดย ภายในหลุม รองก้นด้วยปุ๋ยคอก  ขี้เถ้าแกลบ และ หญ้าแห้ง นำต้นลงปลูก  แกะถุง เพาะชำออก กลบดินปลูกพอมิดลำต้น  เหลือปากหลุมประมาณ  3  นิ้ว  ใส่ปุ๋ยคอกอีก ชั้นหนึ่ง ก่อนกลบดิน  กดให้แน่น  โดยรอบ  รองทับด้วยเศษหญ้าแห้ง เพื่อป้องกันการระเหยของความชื้นบริเวณโคนต้น     ช่วงหน้าฝน   เหมาะในการปลูก  เนื่องจากดูแล รักษาง่าย  และ ไม่ต้องให้น้ำมากนัก  หลังปลูกประมาณ  3  เดือน  ต้นจะโตจนเห็นได้ ชัดเจน  และ หลังจากนั้น ไม่นาน ก็จะมีดอก และ ผล ออกมาให้นกกินได้

2      หมากเม่า

              หมากเม่า   เป็นผลไม้ป่าพื้นเมือง  นิยมปลูกแถว  ภูพาน  สกลนคร   ชัยภูมิ   มีผลรสหวาน  นำมาทำไวน์ผลไม้  พื้นบ้านเรียก เม่าหลวง  หรือ หมากเม่า    ต้นอายุประมาณ 3 - 4 ปี จะให้ผล    หมากเม่า สามารถโตจนเป็นไม่ใหญ่  พุ่มกว้าง  เมื่อโตเต็มที่   อายุ สิบปีขึ้นไป  อาจมีพุ่มกว้างถึง  12  เมตร   แต่ระยะปลูกที่ให้ผลดี คือ  ปลูกระยะชิด  3 X  3  เมตร  พอพุ่มใหญ่  เบียดกัน   ก็ ตัดต้นเว้นต้น  แถวเว้นแถว   กลายเป็น  6 X 6  เมตร   หรือ  แต่งพุ่มให้โตแค่ 3 - 4 เมตร  ออกลูกดก  เป็นอาหารนกที่ดี

3        มะฮู้ไข่ปู

                ชื่อวิทยาสาสตร์  Rubus  alcelifolius Poir.    ชื่ออื่น  ฟ้าแลบ , ไข่ปูใหญ่      เป็นไม้พุ่มรอเลื้อย ทอดยาวได้ถึง 6  -8   เมตร มีขนยาวสีน้ำตาลอ่อน และ หนามแหลมปกคลุมทุกส่วน   ใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่กว้าง หรือ  รูปกลม  แผ่นใบหนา โคนใบเว้าเป็นรูปหัวใจ ขอบใบจักถี่ และ หยักเว้า  5  -7  แฉก  ดอกสีขาว ออกเป็นช่อที่ซอกใบ  ช่อดอกยาว 15 -18 ซม. กลีบรองดอก  5  กลีบ  รูปขอบขนานปลายแหลม  กลีบดอก  5  กลีบ หลุดร่วงง่าย  รูปไข่กลับ ขนาด 0.5 - 1 ซม.   ขอบกลีบย่น  เกสรตัวผู้และเกสรเมียจำนวนมาก  ผลเป็นผลสดชนิดผลรวม สีแดง ทรงกลม ขนาด 1 - 2 วม. ในประเทศไทยพบได้ทุกภาค  ตามป่าดิบเขา บริเวรที่โล่งแจ่ง  ที่ระดับความสูง  300 - 1,600  เมตร  มีประโยชน์ คือ  ผลสดรับประทานได้  เป็นอาหารนก  ใบชงน้ำดื่มแทนชาได้

4   น้อยหน่าพันธุ์พื้นบ้าน

                ระยะการปลูกห่าง 4  X  4  เมตร   ซึ่งเป็นระยะปลูกหวังผลทางการค้า   เป็นไม้ผล  อายะการปลูก  2  ปี จึงให้ผล   หลังตัดแต่งกิ่ง   จึงจะออกผลชุดใหม่  ในอีก 4 เดือน    ผลน้อยหน่า  เป็นอาหารนก   จำพวกนกกินผลไม้   พันธู์พื้นเมือง ผล เล็ก แต่ ดก ไม่ต้องบำรุงรักษา  มากนัก  ผลสุก นกกินได้ คนกินดี    ต้นมักมีเพลี้ย    เป็นอาหารนก  แหล่งโปรตีนอีกอย่างหนึ่ง     สำหรับนกที่กินผลไม้ และ  แมลง เป็นอาหารเสริม

5    มะละกอพื้นเมือง

            ไม้ปลูกง่าย     แต่ต้องเป็นที่ระดับน้ำใต้ดินลึก  เพราะน้ำท่วมราก  จะตายได้ง่ายๆ     เมื่อต้นสูง 1 - 1.5  เมตร    ต้องหักยอดทิ้ง จะแตกยอดขึ้นใหม่หลายยอด   เพิ่มจำนวน   ผลมากขึ้น   ผลจะดก และ เล็ก  ไม่โตมาก   พอที่นกจะกินได้หมดลูก  ก่อนร่วง  อาจทิ้งให้สุกนกกินคาต้น   หรือ   เด็ดลูกเล้กทิ้ง  เพื่อให้เหลือผลน้อย  แต่ผลใหญ่ขึ้น  ใช้สำหรับเก็บก่อนสุก  และ ฝานแบ่งวางให้นกกินกลางแจ้ง  ได้ หลายวันเพราะผลใหญ่ ก็ ได้

ขอบคุณที่มาชม    ยังมีข้อมูลเพิ่มเติมอีก    กรุณาแวะมาเยี่ยมเยือนใหม่   โอกาสหน้านะครับ