นกกินแมลงป่าโกงกาง / White - chested Babbler / Trichastoma rostratum

พื้นที่สำหรับภาพถ่าย ฝีมือคนไทย ( ได้รับอนุญาตให้เผยแพร่ ) ( space for Thai permission Image )
คลิกดูภาพจาก OBC Image เลื่อนลงด้านล่างสุดที่ช่อง select image of the specy จะมีให้คลิกดูภาพอื่นๆอีก กลับหน้านี้คลิกปุ่ม Back
ชื่อเรียกอื่น นกกินแมลงป่าชายเลน , Blyth ' s Jungle Babbler
นกกินแมลงป่าโกงกาง ( White - chested Babbler ) อยู่ในสกุลนกกินแมลงป่า Genus Trichastoma ชื่อสกุลมาจากรากศัพท์ภาษากรีกคือ tricha แปลว่านกกะราง หรือ thrix แปลว่าขน และ stom แปลว่าปาก ความหมายคือ " ปากคล้ายปากนกกะรางหรือมุมปากมีขนคลุม " ลักษณะของสกุล คล้ายสกุลนกจาบดิน แต่ปากแบนข้างมากกว่า มุมปากมีขนแข็งมากกว่า ทั่วโลกมีนกในสกุลนี้ 4 ชนิด ประเทศไทยพบ 2 ชนิด
นกกินแมลงป่าโกงกาง ( White - chested Babbler ) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Trichastoma rostratum ชื่อชนิดเป็นคำในภาษาละตินคือ rostratus แปลว่าปากใหญ่ ( จากรากศัพท์ภาษาละตินคือ rostr แปลว่าปากใหญ่ ( รากศัพท์ภาษาละตินคือ rostr แปลว่าปาก ) ความหมายคือ " มีปากใหญ่ " พบและจำแนกชนิดได้ครั้งแรกที่ประเทศสิงคโปร์ ทั่วโลกมี 2 ชนิดย่อย ประเทศไทยพบ 1 ชนิดย่อย
รูปร่างลักษณะ เป็นนกขนาดเล็กมาก ความยาวจากปลายปากจดหาง 15 - 16.5 ซม. นกทั้งสองเพศสีสันคล้ายกัน ชนิดย่อยที่เป็นชนิด อ้างอิงหลัก คือ T . r . rostratum มีรูปร่างลักษณะดังนี้
นกที่เต็มวัย คล้ายนกกินแมลงปากหนา ( Horsfield ' s Babbler ) และ นกกินแมลงป่าฝน ( Abbott ' s Babbler ) แต่ลำตัวด้านล่างมีสีขาวสะอาดกว่า , ปากยาวเรียวกว่า , กระหม่อมสีน้ำตาล แกมเขียว มีลายเป็นขีดประเล็กๆสีเข้ม หลังและขนคลุมปีก สีน้ำตาลแดงอมเขียว ลำตัวด้านบนสีน้ำตาลเข้ม ด้านข้างของอกมีแถบสีเทา อกตอนล่างลงไปจนถึงขนคลุมใต้โคน หาง สีขาวสะอาด ชนคลุมหูสีน้ำตาลอมเหลืองเข้ม
นกที่ยังไม่เต็มวัย คล้ายนกที่เต็มวัย แต่สีตามส่วนต่างๆของลำตัวมีสีอ่อนกว่านกที่เต็มวัย ขนคลุมหูสีน้ำตาลอมเหลืองจางๆ ใต้คอลงไปจนถึงท้อง สีค่อนข้างขาว หรือขาวขุ่นๆ
นิสัยประจำชนิด มักพบอยู่เป็นคู่ หากินตามพุ่มไม้หรือบนพื้นดิน
แหล่งอาศัยหากิน พบตามป่าดงดิบชื้น ป่าพรุน้ำจืด ป่าริมน้ำ และ ป่าชั้นรอง ป่าโกงกางริมทะเล ป่าริมลำธาร พบตั้งแต่พื้นราบขึ้นไปจนกระทั่ง ความสูง ไม่เกิน 200 เมตร จากระดับน้ำทะเล
อาหาร ได้แก่ แมลง
ฤดูผสมพันธุ์ทำรังวางไข่ อยู่ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝนระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนมิถุนายน ทำรังเป็นรูปถ้วยก้นลึกตามต้นปาล์ม ต้นจาก หรือหวาย สูงจาพื้น 0.4 - 1.2 เมตร วางไข่ครอกละ 2 ฟอง เปลือกไข่สีเขียวจางๆ มีลายจุดและแต้มสีเขียวแกมน้ำตาล ยังไม่ทราบชีววิทยาการสืบพันธุ์ด้านอื่น
แหล่งแพร่กระจายพันธุ์ เป็นนกประจำถิ่นของสุมาตรา , บอร์เนียว . สำหรับเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นนกประจำถิ่นที่พบบ่อย ถึงบ่อยมาก ทางตอนใต้ของเขตเทนเนอซาลิม , ภาคใต้ของไทย (พบน้อยลงเรื่อยๆ ) , คาบสมุทรมาลายู , มาเลเซีย , สิงคโปร์ ( เริ่มหายาก ถิ่นอาศัยถูกทำลายลงมาก )
สำหรับประเทศไทย เป็นนกประจำถิ่น ชนิดย่อยที่พบในไทยคือ T . r . rostratum ที่มาและความหมายเช่นเดียวกับชื่อชนิด พบไม่บ่อยและปริมาณ ไม่มากนัก ปัจจุบันมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ เนื่องจากแหล่งอาศัยที่สำคัญคือป่าโกงกาง ถูกบุกรุกทำลายไปมาก พบเฉพาะทางภาคใต้ตั้งแต่คอคอดกระลงไป
แหล่งข้อมูล : " นกในเมืองไทย " โดย รศ. โอภาส ขอบเขตต์
" a field guide to the birds of Thailand and South east Asia " by Craig Robson
ภาพโดย Photographer : ส่งภาพพร้อมชื่อ - นามสกุล ผู้ถ่ายภาพ ตัวสะกดเป็นภาษาไทย - อังกฤษ ได้ที่ yensira@hotmail.com
ขอบคุณที่มาชม กรุณาแวะมาเยี่ยมเยือนใหม่ โอกาสหน้านะครับ