นกคิตติเวคขาดำ  / Black - legged Kittiwake / Rissa tridactyla

จัดทำโดย    bird-home.com

                   

            ถึงแม้ว่า นกคิตติเวคขาดำที่โตเต็มวัย และมีขนในฤดูผสมพันธุ์จะดูคล้ายกับนกนางนวลมาก   แต่มันก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ ใกล้ชิดกับ นกนางนวล เลย   เมื่อเทียบกับนกนางนวลทั้งหมดแล้ว  นกคิตติเวคขาดำ  ตัวเล็กกว่านกนางนวลพวกนั้นเสียอีก   ความยาวของมันจากปลายปากจดหางประมาณ  17 นิ้วเท่านั้น 

                       รูปร่างลักษณะ    คล้ายนกนางนวลในกลุ่มนกนางนวลปากเรียว และนกนางนวลธรรมดา แต่ลำตัวใหญ่กว่า มีคอหนา และ เป็นนกหัวโตเห็นได้ชัด ปากหนาสั้น และปลายปากบนงุ้มลงคลุมปากล่าง  ปีกกว้างยาว ปลายปีกแหลม ขนหางยาวปานกลาง   ปลายหางเว้าเล็กน้อย  ขาท่อนล่างค่อนข้างสั้น และ ด้านหน้า มีเกล็ดขนาดใหญ่เรียงซ้อนทับกัน  นิ้วเท้ามีข้างละ 3 นิ้ว  มีแผ่นพังพืดขึงเต็มความยาวของนิ้ว  ใช้พุ้ยน้ำ  ทั้งสองเพศมีสีคล้ายกัน

                ขนในฤดูผสมพันธุ์        หัว คอ อก ท้อง จนถึงขนคลุมใต้โคนหางสีขาว  หลัง ไหล่ ขนคลุม  ปีก และขนกลางปีกสีเทาอมฟ้า    ขนปลายปีกสีเงิน  แต่ขนปลายปีก  4  เส้นนอก  มีปลายขน สีดำ ปลายขนคลุมไหล่สีขาว  ขอบขนกลางปีกและขนโคนปีก สีขาว   ตะโพก ขนคลุมโคนหาง และ ขนหางสีขาว   ม่านตา สีน้ำตาลเข้ม มีหนังรอบตาสีแดง  ปากสีเหลือง ขาและนิ้วเท้าสีดำ  ผังพืด ที่ เท้า สีดำ  

                 ขนนอกฤดูผสมพันธุ์    สีคล้ายในฤดู ผสมพันธุ์   แต่จะมีแถบสีเทาที่กระหม่อมและท้ายทอย  และ มีแต้มสีดำรอบตา

            นกโตไม่เต็มวัย        คล้ายนกโตเต็มวัยในขนชุดฤดูผสมพันธุ์   แต่มีแถบสีดำที่คอ  บางตัวมีแถบสีดำ ที่ท้ายทอยด้วย  เมื่อนกกางปีกออก  จะเห็นขนคลุมปีก สีดำเรียงตัวเป็นรูปคล้ายตัวอักษร M   บนปีกทั้งสอง ข้าง    แต่ดูลำตัวโดยรวมๆแล้ว  นกคิตติเวคที่โตไม่เต็มวัย  ลำตัวส่วนใหญ่เห็นเป็นสีขาว  หลังสีเทา  ปากสีดำ  มีจุดสีดำ  ที่หลังตาทั้งสองข้าง   ปลายหางสีดำ  ปลายปากดำ  หรือสีดำทั้งปากในนกที่วัยอ่อนมาก  

                    เอาเป็นว่า  ถ้านั่งเรืออยู่กลางทะเลห่างจากชายฝั่งมากๆ  และพบนกที่คล้ายนกนางนวลตัวเล็ก   ตัวสีขาวหลังออกสีฟ้า   แต่มีขาสีดำ  ละก็   ให้สงสัย ไว้ก่อนว่าอาจเป็น นกคิตติเวคขาดำ  รีบส่องกล้องดูรายละเอียดให้มากที่สุด   คุณอาจโชคดี   ที่ได้เห็น นกหายาก  ของประเทศไทย  ชนิดนี้

                            นิสัยประจำพันธุ์       ส่วนใหญ่หากินอยู่กลางมหาสมุทร   โฉบจิกกินปลาขนาดเล็ก   ปลาหมึก  สัตว์น้ำที่ไม่มีกระดูกสันหลังต่างๆ    บางครั้ง อาจ ดำลงน้ำไปจับเหยื่อในความลึกไม่เกิน  1  เมตร  พบว่าชอบติดตามเรือในทะเล เพื่อคอยโฉบกิน เศษอาหาร และ ปลาเล็กที่ถูกโยนทิ้งจากเรือประมง   เนื่องจาก ขา สั้นมาก  จึงเดินบนพื้นดินได้ไม่ดีนัก   แต่เมื่ออยู่บนพื้นดิน  จะหาอาหารโดยเดินหากินตามหาดโคลน  จิกกินสัตว์น้ำตามหน้าดิน  หอย กุ้ง ปู  ตัวอ่อนของ สัตว์น้ำ  ตัวอ่อนของแมลง  จะกลับเข้าฝั่ง  หรือพบเห็นตามชายฝั่งในฤดูผสมพันธุ์  ทำรัง วางไข่   แต่ส่วนมากทำรังตามเกาะที่อยู่ห่างไกลในมหาสมุทร  

                                แหล่งอาศัย      เป็นนกที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่    อยู่กลางมหาสมุทร   ในเขตอบอุ่น  กลับเข้าฝั่งก็เฉพาะในฤดูผสมพันธุ์  

                            

    ฤดูผสมพันธุ์       ราวเดือน มกราคม ถึง มิถุนายน   ทำรังเป็นฝูงใหญ่นับ  10,000  หรือ ถึง 100,000 คู่ แหล่งทำรังใหญ่อยู่ที่ หมู่เกาะ รอบๆ อ่าว บัฟฟิน  เกาะ Bylot Island ,   Coburg Islands ,   Prince Leopold Island , ตะวันออกของช่องแคบ ฮัดสัน  ,   ชายฝั่งตะวันตก ของกรีนแลนด์ ,  บางครั้งทำรัง ปะปนกับนกพัฟฟิน   รังทำด้วยหญ้า  สาหร่าย เชื่อมกับ หน้าผาโดยใช้โคลน    บนหน้าผาชายฝั่งหรือเกาะที่อยู่ห่างไกล    วางไข่ ครอก ละ 1 - 3 ฟอง   ส่วนใหญ่  2 ฟอง  เปลือกไข่สีครีม เขียงอ่อน หรือ เหลืองอ่อน  หรือสีเนื้อ    ประพรมด้วยจุดกระสีน้ำตาล หรือ เทา  ขนาด 41.1 - 55.9  มม.  ระยะ เวลาฟัก ประมาณ  23 - 32  วัน จะเริ่มผสมพันธุ์ได้เมื่อนกมีอายุ  4 ปีขึ้นไป   ลูกนก จะ ออกไปหากินในท้องมหาสมุทร  จะกลับเข้าฝั่งเมื่ออายุได้ 3 ปีขึ้นไป หรือ  เริ่มผสมพันธุ์ได้   

                    ฝูงนกที่ทำรัง วางไข่  มีความอ่อนไหวต่อการรบกวนมาก    มักตื่นเสียง เรือ หรือ เครื่องบินที่โฉบเข้ามาใกล้   เมื่อตกใจ  หรือถูกรบกวนมาก   จะบิน ขึ้น จากรังอย่างรวดเร็ว  เป็นผลให้รังที่ถูกรบกวน   ไข่ถูกแม่นกเตะแตก  หรือตกจากหน้าผา  เสียหายเป็นจำนวนมาก   ส่งผลให้ปริมาณนกเกิดใหม่ ในปีนั้นลด จำนวนลง     และกว่าลูกนกตัวหนึ่งจะเริ่มผสมพันธุ์ได้  ต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า  3 ปี  

                                การแพร่กระจายพันธุ์     พบตามชายฝั่ง และ เกาะในมหาสมุทรอาร์คติก  ในเขตอบอุ่น    เมื่อถึงฤดูหนาว จะอพยพย้ายถิ่นไปหากิน บริเวณ ชายฝั่ง  และ กลางมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ  และ มหาสมุทร แปซิฟิกตอนเหนือ   หรือเฉพาะในเขตอบอุ่นเท่านั้น  พบใต้สุดบริเวณชายฝั่งด้าน ตะวันตก เฉียงเหนือ ของอาฟริกา ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน  ญี่ปุ่น ชายฝั่งด้านตะวันตกเฉียงเหนือของเม็กซิโก   ชายฝั่งอเมริกาแถบรัฐฟลอริดา

                                สำหรับประเทศไทย      พบเมื่อ 29 พฤศจิกายน 2542   1 ตัวที่ชายทะเลบางปู   จ.สมุทรปราการ  โดยพบหากินรวมฝูงอยู่กับ นกนางนวล ธรรมดา ( Brown - headed Gull )    จัดเป็นนกอพยพนอกฤดูผสมพันธุ์  ที่หายากมาก   หรืออาจเป็น นกที่หลงฝูงมากับฝูงนกนางนวลชนิดอื่นๆ   แต่สำหรับในถิ่น ที่อยู่ปกติ  เป็นนกที่มีจำนวนประชากรมากที่สุด  และมากกว่า นกนางนวลชนิดอื่นๆ 

 

 

แหล่งข้อมูล  Many Thanks  for Internet Developers   for many useful  Informations

Photographer : 1,2,3 ,4  Steve Shunk ,  5,8   Macus Martin , 6 www.cs.colorado.edu  7  Terry Brashear

     

 

ขอบคุณที่มาชม  กรุณาแวะมาเยี่ยมเยือนใหม่   โอกาสหน้า นะครับ

                                            BACK                    PHOTOINDEX                      HOME